วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คำสั่งลัดใน WINDOWS XP

คำสั่งลัดใน WINDOWS XP


Windows Keyboard Shortcut

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างง่ายๆ นั่นคือการเรียนรู้คำสั่งต่างๆ ผ่านทาง keyboard หรือที่ภาษาคอมฯ เรียกว่า keyboard shortcut ซึ่งคำสั่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เราทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น รับรองว่า เร็วกว่าการใช้ mouse เป็นไหนๆ ลองดูนะครับ..
  • BACKSPACE (ดูโฟลเดอร์ย้อนขึ้นหนึ่งระดับใน My Computer หรือ Windows Explorer)
  • ESC (ยกเลิกงานปัจจุบัน)
  • CTRL+C (คัดลอก)
  • CTRL+X (ตัด)
  • CTRL+V (วาง)
  • CTRL+Z (ยกเลิก)
  • DELETE (ลบ)
  • SHIFT+DELETE (ลบรายการที่เลือกอย่างถาวรโดยไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin)
  • กดปุ่ม CTRL ขณะที่ลากรายการ (คัดลอกรายการที่เลือก)
  • กดปุ่ม CTRL+SHIFT ขณะที่ลากรายการ (สร้างทางลัดไปยังรายการที่เลือก)
  • ปุ่ม F2 (เปลี่ยนชื่อรายการที่เลือก)
  • CTRL+ ลูกศรขวา (ย้ายเคอร์เซอร์ไปยังจุดเริ่มต้นของคำถัดไป)
  • CTRL+ ลูกศรซ้าย (ย้ายเคอร์เซอร์ไปยังจุดเริ่มต้นของคำก่อนหน้า)
  • CTRL+ ลูกศรลง (ย้ายเคอร์เซอร์ไปยังจุดเริ่มต้นของย่อหน้าถัดไป)
  • CTRL+ ลูกศรขึ้น (ย้ายเคอร์เซอร์ไปยังจุดเริ่มต้นของย่อหน้าก่อนหน้า)
  • CTRL+SHIFT พร้อมกับปุ่มลูกศรใดๆ (ไฮไลต์บล็อกข้อความ)
  • CTRL+A (เลือกทั้งหมด)
  • ปุ่ม F3 (ค้นหาไฟล์หรือโฟลเดอร์)
  • ALT+ENTER (ดูคุณสมบัติต่างๆ ของรายการที่เลือก)
  • ALT+F4 (ปิดรายการที่ใช้งานอยู่ หรือปิดโปรแกรมที่ใช้งาน)
  • ALT+ENTER (แสดงคุณสมบัติของออบเจกต์ที่เลือก)
  • ALT+SPACEBAR (เปิดเมนูทางลัดสำหรับหน้าต่างที่ทำงานอยู่)
  • CTRL+F4 (ปิดเอกสารที่ใช้งานอยู่)
  • ALT+TAB (สลับระหว่างรายการต่างๆ ที่เปิดอยู่)
  • ALT+ESC (สลับไปยังรายการต่างๆ ตามลำดับที่เปิด)
  • ปุ่ม F6 (สลับไปตามรายการอิลิเมนต์บนหน้าจอในหน้าต่างหรือบนเดสก์ทอป)
  • ปุ่ม F4 (แสดงรายการแอดเดรสบาร์ใน My Computer หรือ Windows Explorer)
  • SHIFT+F10 (แสดงเมนูทางลัดสำหรับรายการที่เลือก)
  • ALT+SPACEBAR (เปิดเมนูระบบสำหรับหน้าต่างที่ทำงานอยู่)
  • CTRL+ESC (แสดงเมนู Start)
  • ALT+อักษรขีดเส้นใต้ในชื่อเมนู (แสดงเมนูนั้นๆ)
  • อักษรที่ขีดเส้นใต้ในชื่อคำสั่งบนเมนูที่เปิด (ทำงานตามคำสั่งนั้นๆ)
  • ปุ่ม F10 (เปิดแถบเมนูในโปรแกรมที่กำลังใช้งาน)
  • ลูกศรขวา (เปิดเมนูถัดไปทางขวา หรือเปิดเมนูย่อย)
  • ลูกศรซ้าย (เปิดเมนูถัดไปทางซ้าย หรือปิดเมนูย่อย)
  • ปุ่ม F5 (อัปเดทหน้าต่าง)
  • กดปุ่ม SHIFT ขณะที่ใส่แผ่นซีดีรอมลงในไดรฟ์ซีดีรอม (ยกเลิกการเล่นซีดีรอมอัตโนมัติ)
  • CTRL+SHIFT+ESC (เปิด Task Manager)


คำสั่งที่น่าใช้งานมากๆใน WINDOWS 7

คำสั่งที่น่าใช้งานมากๆใน WINDOWS 7


ทิปสำหรับผู้ใช้งาน Windows 7 โดยเฉพาะ


หลายๆ คนที่มีการอัพเกรด หรือซื้อเครื่องคอมฯ รุ่นใหม่ที่ใช้ Windows 7 อาจพบว่านอกเหนือจากหน้าตาที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว ยังไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก (อาจเป็นเพราะยังไม่ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม)ดังนั้น วันนี้ผมได้รวบรวบคำสั่งที่น่าใช้งานมากใน Windows 7 มาให้รู้จัก และลองใช้กันดู
 

คำสั่งที่น่าใช้งานใน Windows 7

  1. คำสั่ง Aero Shake - จัดระเบียบหน้าจอให้สวยงาม ใช้ในกรณีที่มีการเปิดหน้าจอหลายๆ หน้าจอ และไม่เป็นระเบียบคำสั่งนี้ช่วยได้เยอะ
  2. คำสั่ง Aero Peek - ปรับหน้าจอให้โปร่งแสง มองทะลุไปด้านหลังจากจอภาพ ทำให้เราทราบว่า เรามีการเปิดใช้งานโปรแกรมอื่นๆ มากน้อย เท่าไหร่
  3. คำสั่ง Windows + Tab - คำแสดงในการสลับหน้าต่าง แบบ 3 มิติ ไฮโซสุดๆ ใครยังไม่ลอง ให้กดปุ่ม Windows Logo ค้าง และตามด้วยปุ่ม Tab บนแป้นพิมพ์
  4. คำสั่ง Snipping Tool - เครื่องมือที่ใช้สำหรับการจับภาพหน้าจอ ต่อไปนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่ง PrintScreen บนคีย์บอร์ดแล้ว โปรแกรมนี้ยังสามารถเลือกจับหน้าจอใน่หลายๆ รูปแบบได้ด้วย สนใจศึกษาเพิ่มเติมและรายละเอียดได้ที่หัวข้อ จับภาพหน้าจอด้วย Snipping Tool ใน Windows 7
  5. Action Center - เครื่องมือช่วยในการเตือน ไม่ว่าจะเตือนเรื่อง มีโปรแกรมอัพเดทที่รอการติดตั่งอยู่ หรือจะเป็นปัญหาของระบบ Windows ที่ต้องการการติดตั้ง Driver เพิ่มเติม หรือมีตัวใหม่ๆ รอการ download อยู่ ข้อมูลเพิ่มเติม อ่านได้ที่หัวข้อ Action Center ใน Windows 7 คืออะไร
  6. Search Bar - เครื่องมือในการค้นหาข้อมูล โปรแกรมได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น Search Bar นี้จะแสดงทันที หลังจากดปุ่ม Start อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพิ่ม Address Search Bar ใน Windows 7 Taskbar
  7. เปลี่ยน Wallpaper ได้อัตโนมัติ - ไม่ต้องเสียเวลาในการเปลี่ยนฉากหลังของหน้าจอ หรือ Wallpaper อีกต่อไป เพราะ Windows 7 ได้เพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนไฟล์รูปภาพให้อัตโนมัติแล้ว รายละเอียดวิธีทำ อ่านได้ที่หัวข้อ เปลี่ยน wallpaper อัตโนมัติใน Windows 7
  8. แสดงเวลามากกว่าหนึ่งประเทศ - สำหรับคนที่ทำงานในบริษัทข้ามชาติ สามารถสั่งให้ Windows แสดงเวลามากกว่าหนึ่งประเทศในเวลาเดียวกันได้ ถ้าอยากลองให้คลิกเข้าไปศึกษาวิธีการทำได้ที่ แสดงเวลามากกว่าหนึ่งประเทศใน Windows 7
  9. ปรับแต่งขนาดตัวอักษรบนหน้าจอ - สำหรับคนมีปัญหาสายตา หรือต้องการให้ Windows แสดงตัวอักษรที่ใหญ่ๆ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการมองเห็น เราสามารถปรับแต่งได้ง่ายๆ ใน Windows 7 แค่ทำตามขั้นตอนนี้ดู ปรับขนาดตัวอักษรบนหน้าจอ Windows 7
  10. คำสั่ง Magifier - อีกหนึ่งคำสั่งที่ช่วยในการซูมหน้าจอ สามารถเลือกซูมหน้าจอได้หลายรูปแบบ สนใจคลิกไปดูว่าทำอย่างไรMagnifier แว่นขยายใน Windows 7
ที่จริงแล้วยังมีคำสังเด็ดไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกับเรื่องของ Securiy นั่นคือ Bitlocker เป็นโปรแกรมจะช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูล รองรับทั้งในฮาร์ดดิกส์และ Flash Drive แต่น่าเสียดายมีในเฉพาะ Windows 7 Ultimate หรือ Enterprise เท่านั้น
 

ข้อความ ERROR ของ DISK ประเภทต่างๆ

ข้อความ ERROR ของ DISK ประเภทต่างๆ


ข้อความ error ที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นข้อความที่มักเกิดขึ้น ขณะที่กำลังเปิดเครื่องคอมฯ ใหม่ๆ หรือที่เรามักเรียกกันว่า boot เครื่อง ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้สำหรับการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่องคอมฯ ว่ายังทำงานได้ปกติหรือไม่ สำหรับ ข้อความ error พอจะสรุปได้เป็นหัวข้อดังนี้

ความหมายและการแก้ไขของ Error Code

  1. Disk Bad
    ปัญหามาจาก BIOS ตรวจไม่พบ harddisk หรือ อาจมีปัญหามาจากสายที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อ หลุด หรือไม่แน่น ให้ทดลองโดยการ boot เครื่องดูใหม่ ถ้าไม่ได้ ให้เปิดฝาเครื่องดูและตรวจสอบสายสัญญาณของ harddisk ดูใหม่
  2. Disk drive 0 seek failure
    BIOS ตรวจไม่พบ drive a: ซึ่งมีการกำหนดว่า เครื่องคอมฯ มี drive a: อยู่ (ถ้าไม่มีจริงๆ) ให้เข้าไปแก้ไขในส่วนของ BIOS โดยการยกเลิกค่าที่กำหนดไว้
  3. C:Drive Failure / C:Drive error
    ตรวจไม่พบ harddisk หรืออาจมาจาก harddisk มีปัญหา หรือสายสัญญาณที่ต่อภายในไม่แน่น อาจจำเป็นต้องเปิดฝาเครื่องเพื่อตรวจสอบดู และอีกสาเหตุหนึ่งอาจมาจากการตั้งค่าของ harddisk ใน bios ไม่ถูกต้อง
  4. Harddisk Controller Failure
    harddisk อาจมีปัญหาหรืออาจมาจากสายสัญญาณที่ต่อไว้ไม่แน่น หรืออาจมาจาก harddisk เสีย
  5. Diskette boot failure
    มีการพยายามจะ boot จากแผ่น disk แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากแผ่น disk อาจไม่ใช่แผ่น boot การแก้ไขให้เอาแผ่น disk ออกจาก drive a:
  6. FDD controller failure
    FDD ย่อมาจากคำว่า Floppy Disk Drive ปัญหามาจากการต่อสายของ diskette drive มีปัญหา หรืออาจมาจาก diskette drive เสียก็เป็นได้ การแก้ไขให้เปิดฝาเครื่องและตรวจสอบสายสัญญาณของ diskette drive ดูใหม่ อาจถอดและเสียงใหม่ดู (การต่อสายที่ถูกต้อง สายสัญญาณจะมีสีแดงด้านข้าง ให้ต่อสายที่มีสีแดงด้านข้าง เข้ากับสายไฟที่มีสีแดงด้านข้าง เข้าหากัน)
หวังว่าคงเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ disk ของคุณได้บ้างน่ะครับ โชคดีมีชัย..


การใช้ KEYBOARD SHORTCUT ที่เร็วกว่า MOUSE

การใช้ KEYBOARD SHORTCUT ที่เร็วกว่า MOUSE


Shortcut Keyboardสำหรับบางท่าน อาจทราบว่า เราสามารถใช้ปุ่ม keyboard ในการสั่งคำสั่งเหล่านี้ได้ และรวดเร็วกว่า เพราะไม่ต้องเลื่อน mouse เพื่อคลิ๊ก และคลิ๊ก การใช้ปุ่มต่าง ๆ ในการสั่งนี้ เรียกว่า "Keyboard Shortcut" ที่เป็นการใช้ปุ่ม "Command Key" เช่น Ctrl, Shft และ Alt ควบคู่กับปุ่มตัวอักษร A,B,C...
ลองมาดูมีคำสั่งอะไรที่เราใช้กันเป็นประจำ แล้วสามารถทดแทนด้วย Shortcut กันได้ รู้ไว้ใช่ว่า เผื่อวันไหน mouse ไม่ให้ความร่วมมือด้วย เรายังมี keyboard ที่เป็นเพื่อนเราอยู่เสมอ

สำหรับผู้ใช้โปรแกรมบน Windows ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมอะไรก็ตาม สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ mouse ที่ใช้ในการเลื่อนไปคลิ๊กปุ่มคำสั่งต่าง ๆ เช่นคลิ๊กที่ tab menu "File", คลิ๊กที่เมนูย่อย "Save" แต่ในหลาย ๆ โปรแกรมที่ใช้ ในบางครั้งจะสั่ง copy ก็ต้องคลิ๊กที่ tab menu "Edit", "Copy" พอจะไปวางไว้ที่ไหนก็ต้องคลิ๊ก tab menu "Edit", "Paste" ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เราคุ้นเคยกันมานาน
ตารางปุ่ม Shortcut ที่นิยมใช้
ปุ่ม Shortcutคำสั่ง
F1เรียกคู่มือ หรือคำแนะนำของโปรแกรมที่กำลังใช้งานในขณะนั้น
Homeให้ cursor เลื่อนไปอยู่ที่ตำแหน่งเริ่มต้นของบรรทัด
Endให้ cursor เลื่อนไปอยู่ที่ตำแหน่งสุดท้ายของบรรทัด
Ctrl + Aเลือกทั้งหมด (select all)
Ctrl + Cคัดลอก (copy)
Ctrl + Oเปิดไฟล์ (open)
Ctrl + Pสั่งพิมพ์
Ctrl + Sบันทึก (save)
Ctrl + Vวาง (paste)
Ctrl + Xตัดในส่วนที่เลือกไว้ (cut)
Ctrl + Homeให้ cursor เลื่อกลับไปที่ตำแหน่งเริ่มต้นของหน้า
Ctrl + Endให้ cursor เลื่อกลับไปที่ตำแหน่งสิ้นสุดของหน้า
Ctrl + Left arrowให้ cursor เลื่อนไปทางซ้ายทีละคำ ได้ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ
Ctrl + Right arrowให้ cursor เลื่อนไปทางขวาทีละคำ ได้ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ
Shift + Homeเลือกตั้งแต่จุดที่ cursor อยู่ให้คลุมไปถึงตำแหน่งเริ่มต้นของบรรทัด
Shift + Endเลือกตั้งแต่จุดที่ cursor อยู่ให้คลุมไปถึงตำแหน่งสิ้นสุดของบรรทัด
Shift + F10คลิ๊กขวา
Alt + Eเลือก tab menu "Edit" ของโปรแกรมที่กำลังใช้งานในขณะนั้น
Alt + Fเลือก tab menu "File" ของโปรแกรมที่กำลังใช้งานในขณะนั้น
Alt + PrtSc
(print screen)
copy หน้าจอเฉพาะส่วนที่แสดงในขณะนั้น (ไม่ใช่ทั้งจอภาพ) ไป pasted เป็นไฟล์ภาพ

 

การเปลี่ยน DNS อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น

การเปลี่ยน DNS อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น


วิธีเปลี่ยน DNS - Internet ProtocolDNS เป็นอีกหนึ่งในหลาย ๆ สาเหตุที่มีผลต่อความเร็วในการท่องเว็บอย่างมาก แต่กลับเป็นเรื่องที่คนพูดถึงกันน้อยอาจเป็นด้วยเหตุผลที่ต้องอธิบายกันมากในระดับผู้ใช้งานทั่วไป แต่ผมกลับคิดว่า หากได้อธิบายให้ผู้ใช้งานได้ข้าใจในภาษาที่ง่าย ๆ ไม่ต้องซับซ้อนมาก ก็น่าจะทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าใจได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่พบปัญหาในการเสียเวลาเข้าไปในแต่ละเว็บ ลองมาเปลี่ยน DNS ตามคำแนะนำง่าย ๆ นี้ แล้วคุณอาจจะพบความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดก็ได้

 

DNS คืออะไร?

DNS (Domain Name Server) คือคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เก็บค่า IP ของแต่ละเว็บ เพราะว่าการที่คุณเข้าเว็บโดยการพิมพ์ www ชื่อเว็บนั้น เจ้า DNS จะแปลงชื่อเป็น IP เพื่อพาคุณไปยัง Server ที่เป็นที่อยู่ของเว็บนั้น ๆ 

DNS อยู่ที่ไหน?

เมื่อคุณมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เครื่องของคุณจะถูกกำหนดโดย Server ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตว่าให้ไปใช้ DNS ที่ไหนเอง ดังนั้น เมื่อคุณต้องการเข้าเว็บไหนก็ตาม DNS ที่ถูกกำหนดมาจะไปหาเว็บนั้น ๆ มาส่งถึงคอมพิวเตอร์ของคุณ (โทรศัพท์มือถือและ Tablet ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็เช่นเดียวกัน)

ทำไมถึงต้องเปลี่ยน DNS?

เพราะว่าบางครั้ง คุณอาจไปเจอ DNS ที่มีปัญหา ทำงานไม่ปกติ ฐานข้อมูลไม่ update หรือไม่ก็เส้นทางการเดินทางของอินเทอร์เน็ตเองมีปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่พบเห็นกันประจำกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในไทย เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ระบบออนไลน์ที่ทันสมัยต่าง ๆ ถึงมักไปอยู่ที่ประเทศที่เป็นเกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเรา ดังนั้น การเปลี่ยน DNS ให้กับเครื่องของคุณ อาจช่วยให้การท่องอินเทอร์เน็ตของคุณรวดเร็วขึ้น

แล้วจะ DNS ที่ไหนมาเปลี่ยน?

มีผู้ให้บริการ DNS ในต่างประเทศที่เปิดบริการให้ใช้ฟรี คุณเพียงแค่ค้นหาคด้วยคำว่า Free DNS เท่านั้น ก็จะมีให้คุณเลือกมากมาย คุณก็ไปจดเลข IP ที่แสดงไว้ แล้วนำมาใส่ในคอมพิวเตอร์ครั้งเดียว แล้วลองทดสอบดู หากยังไม่ถูกใจ  เช่นอาจเข้าเว็บต่างประเทศเร็ว แต่เว็บไทยช้า ก็สามารถเปลี่ยนใหม่ได้เรื่อย ๆ แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลาไปลอง ผมขอแนะนำให้ใช้ DNS Google ครับ ใช้เลข IP 8.8.8.8 จำง่ายมากเลย

วิธีเปลี่ยน DNS

  1. เปิดไปที่หน้า Control Panel แล้วคลิ๊กที่ Network and Sharing Center (หรือ Network and Internet)
    วิธีเปลี่ยน DNS - Control Panel

     
  2. คลิ๊กที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ แล้วแต่ว่าเป็นการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN หรือ Wireless 
    วิธีเปลี่ยน DNS - Network Sharing Center

     
  3. มีหน้าต่างแสดงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขึ้นมา ให้คลิ๊กที่ Properties
    วิธีเปลี่ยน DNS - Wireless Status

     
  4. มีรายการต่าง ๆ แสดง ให้เลื่อนมาถึงบรรทัด Internet Protocol Version 4(TCP/IPv4) คลิ๊กที่ชื่อเพื่อเลือก อย่าคลิ๊กที่กล่องเช็คหน้าชื่อ ซึ่งจะต้องมีเครื่องหมาย √ แสดงที่กล่อง แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Properties
    วิธีเปลี่ยน DNS - Wireless Properties

     
  5. มีหน้าต่างขึ้นมาใหม่ ให้คลิ๊กเลือก User the following DNS server address เพื่อจะได้สามารถป้อน IP ของ DNS ที่ช่องPreferred DNS server เสร็จแล้วคลิ๊ก OK
    วิธีเปลี่ยน DNS - Internet Protocol

     
  6. คลิ๊ก OK ปิดทุกหน้าต่าง แล้วลองเปิดเว็บได้เลยโดยไม่ต้อง restart Windows หากยังไม่ถูกใจ หรือไม่รู้สึกได้ว่ามีอะไรแตกต่าง คุณสามารถหา IP ของ DNS อื่นมาลองใส่ได้ หรือหากต้องการใช้ DNS ตามที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมาเหมือนเดิม ก็เพียงแค่ย้อนไปขั้นตอนที่ 5 คลิ๊กที่ช่อง Obtain DNS server address automatically แล้วคลิ๊ก OK เท่านั้น